สถิติการเข้าดูหน้า Blog

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

ติดดอยสะท้านนนน...ผมจะทำอย่างไรดีละคราวนี้

ดอยยยยย
          วันนี้ตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ผ่านไปแล้วกว่า 1 ปี สำหรับการเริ่มลงทุนในหุ้นของผม  ดันชนีตลาดหลักทรัพย์จาก 1,300 จุดในปี 2557 ขึ้นมาจนถึง 1,600 และในตอนนี้ มันกลับลงไปสู่ 1,300 จุด เหมือนกับการลงทุนในหุ้นแทบจะไม่ได้อะไรและกลับกลายเป็นการขาดทุนเสียด้วยซ้ำ เหมือนคำเปรียบเทียบที่คนที่ลงทุนในหุ้นหรือนักเล่นหุ้นเรียกอาการขาดทุนนี้ว่าการติดดอย  และในช่วง 1 ปีที่ผ่านนี้ บทเรียนในการลงทุนในหุ้น จนผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยครับว่า "ผมได้อะไรเยอะเเยะจากการหุ้น  ยกเว้นเงิน" 

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) SITHAI ตอนที่ 1

           ต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าไม่ได้เก่งด้านหุ้นเพราะเข้ามาลงทุนได้ไม่นานครับ และตลาดช่วงนี้ต้องยอมรับครับว่า 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ มีแต่ทรงกับทรุดครับ ช่วงนี้ผมเองก็ไม่ได้กำไรจากการลงทุนในหุ้นเลย ออกแนวจะขาดทุนหรือที่เขาเรียกกันว่าดอยเสียด้วยซ้ำครับ แต่ในระหว่างนี้ที่เราๆ ท่านๆ ติดดอยกันอยู่ การนั่งเฝ้าหน้าจอจะทำให้เราเครียดกันเปล่าๆ ครับ ผมจึงคิดว่าเรามาศึกษาเรื่องหุ้นกันดีกว่าครับ ซึ่งวันนี้ผมขอแนะนำหุ้น sithai หรือ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ตามแนวทางการเลือกหุ้นของผม เพราะหุ้นตัวนี้ถือว่าเป็นหุ้นพื้นฐานดีตัวหนึ่งครับ ต้องบอกก่อนนะครับว่าไม่ได้มาเชียร์หุ้น แต่หุ้นตัวนี้น่าสนใจ แต่กลับหาข้อมูลได้น้อยเพราะเมื่อก่อนเป็นหุ้นที่สภาพคล่องต่ำ ถึงปัจจุบันจะมีการแตกพาร์แล้วก็ยังมีการซื้อขายน้อยอยู่ แต่ผมคิดว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจที่สามารถเติบโตได้ และปันผลสูงครับ สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่าน 56-1 ก็สามารถอ่านได้ในบทความนี้เลยครับ และผมจะเพิ่มเติมส่วนอื่นๆ ที่ได้หาข้อมูลลงมาด้วยครับ เพราะหากเงินแต่ละบาทที่เราหามามันหามายาก การจะลงทุนในหุ้นซักตัวเราควรคิดให้ดีและศึกษาให้ละเอียดครับ หากคิดจะลงทุนในหุ้น "ควรศึกษาก่อนซื้อไม่ใช่ซื้อและติดดอยแล้วค่อยมาศึกษา" นะครับ

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

ของฝาก จำเป็นต้องซื้อไหมนะ ?

           วันนี้ตรงกลับวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559 อ้าว.....ก็เลยปีใหม่มาแล้วสิครับวันนี้  ใช่ครับเลยเทศกาลมาแล้ว วันแรกแห่งการทำงานเลยครับหลังจากหยุดมาแล้วหลายวัน หลายคนไปเที่ยวกับครอบครัว บางคนก็เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด  เป็นปกติธรรมดาครับของมนุษย์เงินเดือน และเมื่อวันแรกที่เรากลับมาจากเที่ยวหรือกลับบ้าน  สิ่งที่ผมฉุกคิดขึ้นมาได้นั้นก็คือ ของฝากนั้นเอง ไปไหนมาไหนข้างทางมีแต่ร้านขายของฝากครับ แล้วจำเป็นไหมละ ที่เราต้องซื้อของมาฝากคนอื่น เช่น เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ลูกน้อง เมื่อลองดูเงินในกระเป๋า นี้มันก็ค่าใช้จ่ายชัดๆ มันจำเป็นด้วยหรอครับ ที่เราต้องซื้อของมาฝากคนอื่น แล้วหากเราซื้อมาฝากคนอื่น  คนอื่นเนี้ยเขาจะคิดซื้ออะไรมาฝากเราไหมนะ

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จัดการอย่างไรดีกับโบนัส

จดซะหน่อยเถอะครับ
         อ่านหัวข้อแล้วหลายท่านคงคิดว่าผมต้องได้โบนัสเยอะแน่ๆ  ถึงเขียนบทความเกี่ยวกับการจัดการเงินโบนัสในปีนี้ ความจริงเปล่าหรอกครับ มันน้อยมากต่างหากครับ เราถึงต้องมีการจัดการเพื่อให้มันลงตัวเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ใช่กลับมาบ้านหลังปีใหม่ แล้วมันหายไปพร้อมๆ กับเงินเดือน เดือนธันวาคมต่างหากละครับ แต่วันนี้ผมขอเฉลยนะครับ ว่าโบนัสที่ได้ของผมในปีนี้กี่เดือน ตัวเลขนั้นก็คือ 0.75 เดือน นั้นเองครับ อ่านไม่ผิดหรอกครับ 0.75 เดือน หรือนั้นก็คือ 75% ของเงินเดือนนั้นเอง หักไปหักมาเหลือ 0.65 เดือน

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คุณหมดเงินไปเท่าไร? กับ Case ใส่มือถือ

ซื้อ Case Samsung  มาใหม่
          ว่าแต่หมดเงินไปเท่าไรกันแน่ ผมว่าในชีวิตผมคงเป็นพันหรืออาจจะถึงหลายพันเพราะคนเราก็เคยมีมือถือกันหลายเครื่อง ผมเคยลองนับดูตอนใช้ Samsung galaxy note 1 ผมหมดเงินไปกับ Case มือถือตัวนี้ไม่ต่ำกว่า 2-3 พันบาท อาจเพราะใช้งานมันอยู่ประมาณ 2-3 ปี แต่เงินหลักนี้ก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย หากเอาเทียบกับเงินเดือนตัวผมเอง ในวันที่มือถือเครื่องนั้นพังแล้วผมต้องเอา Case ที่อยู่ในลิ้นชักในตู้ออกมาทิ้งนับ 10 อัน บางอันก็เก่าจนสีลอกออกมาเกือบหมด บางอันก็ยังใหม่กิ๊ก แต่ทำไงได้ครับ ก็มือถือมันพังไปแล้ว Case ราคาแพงขนาดไหนมันก็เป็นของใช้เฉพาะรุ่น อย่างไงมันก็ต้องทิ้ง เก็บไว้ก็คงไม่ได้ใช้งานอยู่ดีครับ