นานมาแล้วครับผมได้อ่านหนังสือเล่มแรกๆเกี่ยวกับพวกการออม ชื่อหนังสือก็จะประมาณเก็บเงินล้านแรกๆ นี้เขาทำกันอย่างไร ในช่วงต้นของหนังสือมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Late Effect บอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่เงินเดือนยังอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าน้อย แต่สิ่งที่เพื่อนร่วมงานของผู้แต่งขาดไม่ได้เลยคือ การดื่มการแฟดีๆเย็นๆซักแถ้วนึ่งทุกวัน ซึ่งแน่นอนเพื่อนร่วมงานของผู้แต่งก็มักจะบ่นให้ฟังเสมอว่าเงินเดือนไม่ค่อยจะพอใช้ สาเหตุนั้นของปัญหานี้หาง่ายมากๆ เลยครับเพราะกาแฟที่ดื่มทุกวันนั้นเอง สำหรับเเนื้อหาคราวๆก็จะประมาณว่ากาแฟแถ้วดังกล่าวถูกจ่ายด้วยราคาที่แพงแสนแพงนั้นเอง ใจความสรุปสั้นๆว่า...
อิสระภาพทางการเงิน คือ มีอิสระภาพในการเลือกที่จะทำ และเป็นในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่มี เงิน มาเป็นเครื่องพันธนาการความคิด และการตัดสินใจ ผมคิดว่าใครๆ ก็คงอยากมีอิสระภาพทางการเงินครับ แต่ก่อนอื่นต้องรู้จักหา รู้จักใช้ และรู้จักเก็บออมก่อน ผมคิดว่าคนเราจะประสบความเร็จในชีวิตได้นั้น ก็ควรประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัว เพื่อน และการเงินครับ
สถิติการเข้าดูหน้า Blog
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ประกันชีวิตกับจุดเปลี่ยนในการออม
ช่วงแรกในการทำงานของผมต้องยอมรับว่าเงินเดือน น้อยมากๆ แต่ผมก็พยายามแล้วพยามอีก จะมีเงินออมให้ได้ โดยผมได้เริ่มเก็บโดยอาศัยกองทุนรวม คือเงินเดือนผมผ่านธนาคารกรุงเทพครับ แล้วกองทุนของธนาคารกรุงเทพสามารถเริ่มต้นซื้อขั้นต่ำได้เดือนละ 1,000 บาท ผมเลยเลือกที่จะออมวิธีนี้ โดยการเก็บเล็กผสมน้อยของผมอยู่หลายปี แต่ก็มีบ้างที่ผมต้องขายกองทุนออกไปเพราะความจำเป็นต้องใช้เงิน บางทีเมื่อครอบครัวโทรมาขอก็มีอันต้องขายออกไปบ้าง แต่โดยรวมก็พยายามเก็บครับ โดยออมไว้ในกองทุนรวมนี้แหละ หลายปีผ่านไปผมอดดีใจไม่ได้ทุกครั้งที่เห็นก้อนเล็กๆของผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมซื้อโดยศึกษาตัวกองทุนเป็นอย่างดีและซื้อมันมาเรื่อยๆ โดยปีหลังๆ ผมก็เพิ่มเป็นปีละ 2,000 บาท ผมจำได้ดีว่าช่วงน้ำท่วม น่าจะประมาณปี พ.ศ. 2554 ผมซื้อเพิ่มขึ้นเยอะเลย จากการที่มีเงินสดในมือเยอะพอสมควร อันนี้ไม่ได้ชี้นำนะครับ กองทุนที่ผมซื้อคือตัวกองทุนรวมบัวแก้ว จำได้ว่าช่วงน้ำท่วม ผมผมซื้อมันได้ถูกมาน่าจะที่ 16 บาท ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยผมลดลงไปมากครับ แล้วกองทุนตัวนี้ก็ขึ้นมาที่ 25 บาทหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมไปผ่านพ้นไปวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558
เงินเดือนเท่าไรก็ไม่เคยพอ
สมัยที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมเคยคิดนะครับว่าหากได้เงินเดือนซัก 13,000 บาทละก็มันคงเป็นสวรรค์ของผมชัดๆเลยทีเดียว (ประมาณปี พ.ศ. 2552) เพราะผมแทบไม่เคยสัมผัสคำว่ามนุษย์เงินเดือนจริงกับเขาซักทีเคยแต่อย่างดีก็พนักงาน Part-time ค่าแรงชั่วโมงละ 20 กว่าบาท ซึ่งทำงานจริงๆก็วันละไม่เกิน 4 ชั่วโมง แต่มันก็มากสำหรับเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยจับเงินก้อนโตขนาดนั้น และเมื่อใกล้เรียนจบผมก็อดตื่นเต้นไม่ได้ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ กับความฝันที่จะได้รับเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆซักที โดยไม่ต้องขอที่บ้าน ซึ่งคราวนี้แหละผมเองจะเป็นคนส่งให้ที่บ้านเอง วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558
เงินของผมหายไปเพราะมือถือเครื่องใหม่
วันนี้ผมคงต้องซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่อีกแล้ว เนื่องจากโทรศัพท์มือถือ ais lava 4.0 ที่ผมซื้อมา 2,500 บาท มีอาการเหมือนจะลาโลก เพราะมันท้ังช้าและเครื่องรวนสารพัดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมจึงลองนั่งคิดอยู่นานว่า นานเท่าไรแล้วที่โทรศัพท์มือถือก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของผม แต่เท่าที่ผมนึกออกโทรศัพท์มือถือในชีวิตผมเปลี่ยนมาแล้วหลายเครื่อง ผมจึงนั่งคิดต่อไปว่าในชีวิตของผมใช้มันไปแล้วกี่เครื่องแล้วมันเป็นเงินเท่าไรแล้ว พอดีวันนี้ได้มีโอกาสลองรื้อตู้เก็บของแล้วเจอมือถือเก่าๆ หลายเครื่องที่ผมไม่ได้ตัดใจให้คนในครอบครัวหรือขายเป็นมือ 2 ไป ผมลองนั่งคิดเล่นๆ ถึงช่วงชีวิตที่ผ่านในสมัยวัยรุ่น ที่มือถือเป็นเหมือนเครื่องมือวัดระดับคุณค่าของตัวผู้ใช้ ทุกวันนี้มันเหมือนตัวชี้วัดฐานนะทางสังคมกันเลยทีเดียว เท่าที่ผมคิดออก ช่วงปี 2546-2558 ประมาณ 13 ปี เริ่มตั้งแต่ศึกษาชั้น ปวช.1 จนถึงจับปริญญาตรีและทำงานมาแล้วอีก 6 ปี ของผมวันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558
จากกระทู้ ขายดีจนเจ๊ง (สาเหตุเกิดจากอะไรลองอ่านดูครับ)
.จากเพจ : เทพ สเตปเกรียน http://pantip.com/topic/33139621
จากกระทู้นี้ ปกติผมมันจะชอบอ่านกระทู้ในห้องสินธรของเว็บไซด์ pantip มากๆครับ เพราะบางกระทู้เหมือนบอกเล่าประสบการณ์ ของหลายๆคนที่ผมมักจะไมได้พบเห็นในชีวิตประจำวันเท่าไร แต่มันมักให้ข้อคิดดี หรือเรื่องสอนใจเราได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการออม การลงทุน บทเรียนชีวิต การลงทุน ครั้งแรกที่ผมเห็นกระทู้นี้ผมมองว่ามันน่าสนใจ แต่ดูเหมือนไกลตัวผมเหลือเกินสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างผม คงยากที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัวจนเจ๊งได้แน่นอน ผมจึงแค่อ่านผ่านๆ และไม่ได้สนใจมันมากมายนัก จนผ่านมาได้ซัก 3 วัน ผมกลับมาอ่านกระทู้นี้อีกครั้งตอนที่เป็นกระทู้แนะนำ อ่านและพยายามคิดตามว่า มันจริงไหม กระทู้นี้ทำไมถึงเป็นกระทู้แนะนำ หรือคนในห้องสินธรประกอบธุรกิจส่วนตัวกันเยอะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
